แชมพูผงฟู วิธีใหม่ในการดูแลเส้นผม

0
123
แชมพูผงฟู วิธีใหม่ในการดูแลเส้นผม
แชมพูผงฟู วิธีใหม่ในการดูแลเส้นผม

“ฉันเลิกใช้แชมพูและหันมาใช้ผงฟูสระผมแทน”

ฉันได้ยินประโยคนี้ในรายการโทรศัพท์และฉุกคิดในใจว่าคนเราจะใช้ผงฟูมาสระผมแทนแชมพูได้อย่างไร มันไม่อันตรายและไม่ทำร้ายเส้นผมหรือยังไงนะ คำถามพวกนี้คือสิ่งที่วิ่งวนอยู่ในหัวของฉัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการลองใช้ผงฟูสระผมกลับทำให้ฉันเลิกใช้มันไม่ได้อีกเลย วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากกว่าใช้ของที่ประกอบไปด้วยสารเคมี หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยทำความสะอาดเส้นผมของคุณโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเส้นผม นี่คือโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักผงฟูมากขึ้น อ่านข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจมาลองบ้างก็ได้!

ก่อนจะไปถึงวิธีการใช้ผงฟูสระผมแทนแชมพู เรามาทำความรู้จักกับวิธี “No-Poo” ก่อนดีกว่า

The ‘No-Poo’ Method

อะไรคือ The ‘No-Poo’ Method บรรดาบล็อกเกอร์เส้นผม ยูทูปเบอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ส่วนมากได้ลองทำตามวิธีนี้และล้วนแต่ต้องทึ่งกับผลลัพธ์ที่ตามมา มันคุ้มค่ากับการโฆษณาหรือไม่ ไปหาคำตอบกันดีกว่า

- Advertisement -

วิธีนี้อาจดูไม่เป็นที่พอใจ แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นค่อนข้างน่าตกใจ มันอาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อแต่ No-Poo คือการกำจัดแชมพูของคุณทิ้งให้หมดแล้วหันมาใช้ตัวเลือกอื่นในการสระผมแทน คนส่วนมากเลือกใช้วิธีนี้เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมต่าง ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้หนังศีรษะลอกได้ง่าย

วิธีการของ No-Poo ก็คือทำให้เกิดฟองในขณะที่สระผมน้อยที่สุดโดยเส้นผมของคุณยังคงต้องมีความชุ่มชื้นไปตลอดได้ทั้งวัน เลือกใช้สิ่งที่ปรับค่า pH ให้สมดุล ซึ่งจะแตกต่างจากแชมพูที่ทำความสะอาดแบบเข้มข้นที่จะทำให้ผมของคุณแห้งกระด้าง ดังนั้นหากคุณต้องการทำตามวิธี No-Poo ควรจะทำติดต่อกัน 4-6 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

นี่คือรายชื่อตัวช่วยจากธรรมชาติที่สามารถใช้ร่วมกับวิธี No-Poo ได้

วิธี No-Poo
วิธี No-Poo
  • ผงฟูและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล
  • น้ำมันมะพร้าว
  • น้ำมันมะกอกและน้ำมันทีทรี
  • น้ำมะนาว

คุณอยากรู้แล้วใช่มั้ยคะว่าผงฟูมีประโยชน์อย่างไรต่อเส้นผมกันบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ!

การใช้ผงฟูสระผมมีผลอย่างไรต่อเส้นผมของคุณบ้าง

การใช้ผงฟูสระผมมีผลอย่างไรต่อเส้นผมของคุณบ้าง
การใช้ผงฟูสระผมมีผลอย่างไรต่อเส้นผมของคุณบ้าง

หลายคนรับคำท้าทำตาม  ‘baking soda challenge’ และพบว่าได้รับประสิทธิภาพที่ดีกว่าแชมพูแบบเดิม ๆ ว่าแต่มันดีต่อเส้นผมจริงหรือไม่ ไปหาคำตอบกันเลยดีกว่า

ผงฟู (หรือโซเดียม คาร์บอเนต)  มีค่า pH สูงถึง 9 และเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นตัวทำให้กรดเป็นกลางที่มีประสิทธิภาพ pH อัลคาไลน์ของมันคือน้ำยาทำความสะอาดอันยอดเยี่ยมและช่วยขจัดสิ่งสกปรกและสะสมจากหนังศีรษะของคุณ แต่อย่างไรก็ตาม ระดับ pH ของหนังศีรษะมาตรฐานของคุณอยู่ระหว่าง 4 ถึง 5 และหากเกินกว่านี้จะทำให้เส้นผมของคุณแห้งและชี้ฟู ดังนั้นคุณจึงควรใช้ผงฟูในปริมาณที่เหมาะสมด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

นี่คือสารพัดประโยน์ที่เส้นผมของคุณจะได้รับจากผงฟู

  • ฟื้นฟูสภาพเส้นผมและทำให้ผมของคุณนุ่มขึ้น
  • ปกป้องเส้นผมของคุณจากมลภาวะและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
  • ขจัดน้ำมันส่วนเกินและคืนความเงางาม
  • เพิ่มขนาดและปริมาณเส้นผมของคุณ
  • ผลัดเซลล์ผิวอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วออกจากหนังศีรษะ
  • มีสารประกอบเดียวเท่านั้นไม่เหมือนกับแชมพูเคมีชนิดอื่น ๆ มากมาย
  • ไม่ทำให้ผมของคุณลีบแบน
  • มีฤทธิ์ต้านเชื้อราและสามารถขจัดรังแคได้
  • บรรเทาอาการคันหนังศีรษะและควบคุมความไม่สม่ำเสมอของสีผม

ใครจะไปรู้ว่าผงฟูจะมีสรรพคุณที่ดีต่อเส้นผมได้ถึงขนาดนี้ วันนี้เรามีวิธีผสมผงฟูเข้ากับตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อทำให้สุขภาพผมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  1. ผงฟูและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

    ผงฟูและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล
    ผงฟูและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ผงฟู 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำ 3 เท่าของผงฟู
  • น้ำส้มสายชูสำหรับใช้ล้างผม

อัตราส่วนระหว่างน้ำเปล่าและน้ำส้มสายชูหมักอยู่ที่ 4:1

ระยะเวลา

3 นาที

วิธีทำ

  • ผสมผงฟูและน้ำเข้าด้วยกันจากนั้นเทใส่ขวดบีบ
  • ชโลมส่วนผสมที่เตรียมไว้ตั้งแต่โคนไปจนจรดปลายผม
  • ค่อย ๆ นวดหนังศีรษะเบา ๆ ประมาณ 3 นาทีก่อนจะล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  • สำหรับน้ำล้างผม ให้ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเข้ากับน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน
  • เทน้ำให้ไหลทั่วเส้นผมของคุณ ดูให้มั่นใจว่าโดนทุกส่วนของเส้นผม
  • หลังจากนั้น 2-3 วินาที ล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง

ประโยชน์ของสูตรนี้

ผงฟูและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลนั้นเข้ากันได้ดี ในขณะที่น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลช่วยเพิ่มความเงางามและความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม เบกกิ้งโซดาปรับสมดุลค่า pH โดยรวมไปพร้อม ๆ กัน นอกจากนี้ความเป็นกรดของน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลยังช่วยปรับสมดุลความเป็นด่างของผงฟู การผสมผสานนี้จะช่วยให้ผมของคุณนุ่มสลวยและปราศจากการชี้ฟู 

  1. ผงฟูและน้ำมันระหุ่ง

    ผงฟูและน้ำมันระหุ่ง
    ผงฟูและน้ำมันระหุ่ง

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • ผงฟู 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  • น้ำมันระหุ่งสกัดเข้มข้น 15 หยุด

ระยะเวลา

4-5 นาที

วิธีทำ

  • ผสมส่วนประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกันในขวดบีบ
  • เทส่วนผสมนี้ลงบนผมที่เปียกชื้นแล้วนวดหนังศีรษะและเส้นผมประมาณสองสามนาที
  • ล้างผงฟูออกและปล่อยให้เส้นผมของคุณแห้งตามธรรมชาติ

ประโยชน์ของสูตรนี้

น้ำมันละหุ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ถึงสามเท่าของอัตราปกติ มันช่วยเพิ่มปริมาณเส้นผมของคุณและเสริมสุขภาพของรูขุมขน ผงฟูช่วยทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะของคุณด้วยการขจัดสิ่งสกปรกสะสมและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน ในขณะที่น้ำมันละหุ่งช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะของคุณไม่ให้แห้ง

  1. ผงฟูและน้ำมะนาวเพื่อสู้กับปัญหารังแค

    ผงฟูและน้ำมะนาวเพื่อสู้กับปัญหารังแค
    ผงฟูและน้ำมะนาวเพื่อสู้กับปัญหารังแค

สิ่งที่ต้องเตรียม

  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วย
  • ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ

ระยะเวลา

3 นาที

วิธีการทำ

  • ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วเทใส่ขวดแชมพูเก็บไว้
  • เทส่วนผสมลงบนหนังศีรษะและเส้นผมให้สม่ำเสมอทั่วกัน
  • นวดศรีษะและทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
  • ล้างออกด้วยน้ำเย็น

ประโยชน์ของสูตรนี้

มะนาวเป็นยาสมานแผลตามธรรมชาติ รวมทั้งยังสามารถฆ่าเชื้อราและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดรังแค มะนาวยังช่วยลดกลิ่นฉุนของผงฟูได้อีกด้วย

ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่คุณต้องคอยสังเกตสุขภาพของเส้นผมหลังจากที่ลองใช้ผงฟูสระผม คอยดูดี ๆ ว่าเส้นผมของคุณกลายเป็นอย่างไรหลังจากลองทำไปครั้งแรกและผมของคุณในหนึ่งสัปดาห์ถัดมาเป็นอย่างไร หากเส้นผมของคุณแห้งมากขึ้นและเปราะขาดง่าย ในครั้งต่อไปให้ลดปริมาณของผงงฟูลงหรือจะเว้นระยะห่างในการสระผมมากขึ้นก็ได้ แต่หากเส้นผมของคุณเข้ากันได้ดีกับวิธีนี้ ก็แนะนำให้ทำในทุก ๆ สองสัปดาห์ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่มีผมแห้งมาก ๆ เราขอแนะนำว่าอย่าใช้ผงฟูสระผมเลยจะดีกว่า โปรดจำไว้ว่าหนังศีรษะและเส้นผมของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณควรจะยอมรับและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และวิธีการที่เหมาะกับคุณมากที่สุดดีกว่า

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here